ข่าวประชาสัมพันธ์
รู้จักฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 (Particulate Matter less than 2.5 microns in diameter)
27 มีนาคม 2568

105


รู้จักฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 (Particulate Matter less than 2.5 microns in diameter)                                                                                                  ฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 (Particulate Matter less than 2.5 microns in diameter)                                                                                                 

ฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 (Particulate Matter less than 2.5 microns in diameter)                                                                                                 
คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือพูดให้เห็นภาพชัดคือ PM 2.5 มีขนาดเล็กประมาณเพียง 1 ใน 25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ ซึ่งการที่ PM 2.5 มีขนาดที่เล็กมากเช่นนี้เอง ทำให้ขนจมูกของเราไม่สามารถกรอง PM 2.5 ได้  สาเหตุของ PM 2.5  เกิดจากหลายสาเหตุ 

1. การเผาป่าและไฟป่า – ไฟป่าสามารถเกิดขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ ทั้งเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น ฟ้าผ่า กิ่งไม้เสียดสีกันของวัสดุทางธรรมชาติ หรือการเกิดปฏิกิริยาเคมีจากแสงแดดในพื้นที่แห้ง แต่ในขณะเดียวกันพบว่า 90% ของไฟป่าในประเทศไทยเกิดจากการเผาป่าโดยมนุษย์เพื่อการเก็บหาของป่า การจุดไฟให้พื้นป่าโล่งสะดวกในการเดิน การจุดเพื่อกระตุ้นการงอกและกระตุ้นการแตกใบใหม่ของพืชผัก ซึ่งการเผาป่าและไฟป่ายิ่งส่งผลให้เกิด ควันไฟ หมอก ขี้เถ้า แก๊สพิษ รวมถึงฝุ่น pm 2.5 
                                                                                                                                                                                                                                                                                             
2. มลพิษ ควันจากท่อไอเสียของรถยนต์ - จากข้อมูลโดยกรมควบคุมมลพิษ ด้วยการจราจรที่ติดขัดในแต่ละวัน และเครื่องยนต์ดีเซลเก่าเป็นอีกสาเหตุที่สำคัญที่สุด กระบวนการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซลทำให้เกิดเขม่า และควันดำ ซึ่งควันดำเหล่านี้ยังมีสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง และฝุ่นละอองขนาดเล็ก pm 2.5
 
3. อุตสาหกรรม การก่อสร้าง - เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ถ่านหิน และเชื้อเพลิงที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กระบวนการอุตสาหกรรมอย่าง การบด การโม่ การระเบิดหิน ไปจนถึงการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองจากก่อสร้าง ส่งผลกระทบ
 

4. การเผาภาคเกษตร - การเผาในภาคการเกษตร หรือการเผาในที่โล่งเป็นอีกหนึ่งในต้นตอที่สำคัญที่ทำให้เกิดฝุ่น pm 2.5 การเผาเศษวัสดุการเกษตรเพื่อลดต้นทุน เช่น การเผาอ้อย การเผาในไร่ข้าวโพดนาข้าว และไร่หมุนเวียน

ผลกระทบและอันตรายต่อสุขภาพ

1. ถ้าได้รับ PM 2.5 ในระยะสั้น อาจทำให้มีอาการเยื่อบุตาอักเสบ แสบตา ระคายเคืองตา ตาแห้ง ตาแดง แสบจมูก

2. ถ้าได้รับ PM 2.5 ปริมาณมากและยาวนาน อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำางานของปอดลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหอบหืด ภูมิแพ้ ถุงลมโป่งพอง รวมถึงมีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งปอด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต

3. คนที่มีโรคระบบการหายใจเรื้อรัง อาจเกิดอาการกำเริบของโรคจมูกอักเสบ ภูมิแพ้ โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง

4. คนที่มีโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดเรื้อรัง อาจเกิดอาการกำเริบของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

PM 2.5 กับความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอด

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โดยกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า มะเร็งปอดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 2 ของคนไทย (เป็นอันดับ 2 ในผู้ชายรองจากมะเร็งตับ และเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิง) สาเหตุสำคัญเกิดจากการสูบบุหรี่ หรือการอยู่ใกล้ชิดกับคนที่สูบบุหรี่ แต่ปัจจุบันพบผู้ป่วยมะเร็งปอดในกลุ่มคนที่ไม่สูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้น หนึ่งในสาเหตุสำคัญของคนกลุ่มหลังนี้มาจากปัญหามลภาวะทางอากาศที่ปนเปื้อนแร่ใยหิน (แอสเบสตอส) รวมถึงฝุ่น PM 2.5 หากอาศัยหรือทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแอสเบสตอสหรือ PM 2.5 ปนเปื้อนเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปอดได้ PM 2.5 มีองค์ประกอบของสารเคมีบางชนิดที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้ เช่น โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโครคาร์บอน ที่เกิดจากการเผาไหม้ของสารอินทรีย์ไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่าการได้รับ PM 2.5 ในปริมาณ 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มีค่าเทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ 1 มวน ถึงแม้ความเสี่ยงของ PM 2.5 ต่อมะเร็งปอดจะไม่มากเท่าการสูบบุหรี่ แต่หากได้รับ PM 2.5 ในปริมาณมากเป็นเวลานานก็อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดมะเร็งปอดได้

เราสามารถป้องกันตัวเองจาก PM 2.5 ได้อย่างไร?

เมื่อต้องออกนอกบ้าน ควรใช้หน้ากากอนามัยแบบที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาด 0.3 ไมครอนได้ เช่น หน้ากาก N95 หน้ากาก FFP1 หน้ากาก Super 3D แต่หากไม่สามารถจัดหาได้ อาจใช้หน้ากากทางการแพทย์ 2 แผ่นทดแทนได้ หน้ากากทั้ง 4 ชนิดที่กล่าวมา นอกจากจะสามารถป้องกัน PM 2.5 ได้แล้ว ยังสามารถป้องกันไวรัส COVID-19 ได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การใช้หน้ากากอนามัยควรสวมใส่อย่างถูกวิธีเพื่อให้สามารถป้องกัน PM 2.5 หรือป้องกันการแพร่กระจายของโรคติดต่อได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ปัญหา PM 2.5 เป็นปัญหาใกล้ตัวที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ทั่วโลก ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ทุกฝ่าย ต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้เรารวมถึงลูกหลานของเราทุกคนได้มีอากาศบริสุทธิ์ในการหายใจ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

อ้างอิง

1) https://chemistry.ipst.ac.th/wp-content/uploads/sites/4/2019/03/216-PM2.5มหันตภัยร้ายบั่นทอนคุณภาพชีวิค.pdf

2) https://www.nakornthon.com/article/detail/ร่างกายรับ-pm-2-5-เรื้อรังอันตราย-เสี่ยงก่อโรคมะเร็งปอด

3) https://www.med.cmu.ac.th/web/news-event/news/pr-news/8600/

แผนผัง เว็บไซต์